วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ขอทานกับซาลาเปา"

"ขอทานกับซาลาเปา"

ร้านซาลาเปาร้านหนึ่ง...กิจการดีมาก มีลูกค้าเข้าร้านตลอดทั้งวัน วันหนึ่ง มีขอทานสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ เนื้อตัวสกปรก มาที่ประตูร้าน ทำให้ลูกค้าหลายคนพากันอุดจมูกเดินหนี

ลูกจ้างของร้านก็เข้ามาต่อว่า และเอ่ยปากไล่ไปให้พ้นร้าน แต่ขอทานก็รีบอธิบาย "คุณครับ ผมไม่ได้มาขอทานหรอก แต่จะมาซื้อซาลาเปา" พร้อมกับเอาเหรียญเศษสตางค์ ออกมานับด้วยสองมือ...

ลูกจ้างรู้สึกรำคาญ จึงออกแรงปัด เหรียญทั้งหมด...ต ก พื้ น !!!

ขอทานตกใจ รีบก้มลงเก็บเหรียญบาทบนพื้น แต่หาอย่างไร ก็ขาดไป 1 บาท อยู่ดี 
"เหรียญ 1 บาท นี่...คุณทำตกใช่ไหมครับ" ขอทานเงยหน้ามอง ก็เห็นเถ้าแก่ ของร้าน...เขาไม่กล้าแม้แต่จะรับเงินจากเถ้าแก่ และกำลังจะวิ่งหนีด้วยความลุกลี้ลุกลน แต่ก็ถูกเถ้าแก่เรียกให้หยุด พร้อมพูดว่า..."ยินดี ต้อนรับครับ คุณลูกค้า !!! ไม่ทราบว่าคุณต้องการ ซาลาเปาไส้อะไร"

ขอทานตะลึงงัน ผ่านไปสักพัก จึงตอบกลับไปว่า "ผมอยากได้ซาลาเปาไส้หมู 1 ลูก"
"ครับ...กรุณารอสักครู่" แล้วหันไปคีบซาลาเปาไส้หมู ออกจากซึ้งมา และยื่นให้ขอทานอย่างนอบน้อม

และหันไปถามลูกจ้างว่า..."นี่คือวิธีต้อนรับลูกค้าของเธองั้นหรือ"
"แต่เค้าเป็นแค่ ขอทานคนหนึ่ง" ลูกจ้างอธิบาย "ต่อให้เค้าเป็นขอทาน ก็เป็นลูกค้าของเรา เธอโดนไล่ออกแล้วล่ะ" เถ้าแก่กล่าว 

จากนั้น...เรื่องที่ทำให้คนในร้าน ตกใจยิ่งกว่า ก็คือ...เถ้าแก่ให้ขอทานคนนี้ มาเป็นลูกจ้างในร้าน และเมื่อขอทานคนนี้ ชำระร่างกายจนสะอาด เผยให้เห็นหน้าตาที่หล่อเหลาผิดคาด อีกทั้งยังขยันขันแข็ง กลายเป็นผู้ช่วยของร้านได้อย่างดี...

ภายหลัง...มีคนถามเถ้าแก่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า...เถ้าแก่ดูออกได้อย่างไรว่า แท้จริงแล้วขอทานคนนี้ เป็นทองชั้นดี 

เถ้าแก่ตอบกลับมาว่า...ที่จริงแล้วง่ายมาก เขาไม่ได้มาขอซาลาเปากิน แต่เขารวบรวมเงินอย่างอยากลำบาก มีเงินแล้วค่อยมาซื้อซาลาเปาของเรา แสดงให้เห็นว่า...
>>> เขาเป็นคนที่...เ ค า ร พ ตั ว เ อ ง <<<

การไม่เคารพผู้อื่น หมายถึงการไม่เคารพตัวเอง
และ มีเพียงคนที่เคารพตัวเองเท่านั้น จึงจะเคารพ...ง า น ที่ ตั ว เ อ ง ทำ

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อยากเป็นสุดยอด HR ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?

 HR
Human Resource
อยากเป็นสุดยอด HR ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?


1.ใจรัก
     การเป็นนัก HR ที่ดีต้องเริ่มจากการที่มี “ใจรัก” รักที่จะทำงานกับคน รักที่จะทำงานกับ
งานที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา มีพลังที่อยากจะเข้าไปช่วยแก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนา
องค์กรให้ดียิ่งขึ้น เพราะหากเริ่มต้นด้วยความรักในงานแล้ว แม้งานจะยากเพียงใด เราก็มอง
เป็นเรื่องที่ท้าทายและน่าสนุก ทำให้เรามีความกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา

2.บุคลิกดี
     คนที่เป็น HR ต้องแต่งกายดูดี หน้าตาและทรงผมต้องเหมาะสมและดูแลความสะอาดอยู่
เสมอ นอกจากนี้ยังต้องมีบุคลิกความเป็นผู้นำ มีความมั่นใจในตัวเอง มีกิริยาที่คล่องตัว กระฉับ
กระเฉง รวมถึงการวางตัวให้ดูเข้าถึงง่าย ยิ้มแย้มแจ่มใส และมองโลกในแง่ดี

3.มีความรู้และใฝ่เรียน
    มีความรู้ที่ดีแล้ว นัก HR ต้องเป็นคนที่ “ใฝ่เรียนรู้” อยู่ตลอดเวลา เพราะความรู้ความสามารถ
ที่มีอยู่เดิม จะไม่เพียงพอในที่ทำงานในโลกยุคใหม่ คนเป็น HR จึงต้องเป็นคนที่รักการเรียนรู้ 
เป็นคนที่ต้องการจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพราะหาก HR ไม่พัฒนาตนเองแล้ว
เราจะไปพัฒนาคนอื่นได้อย่างไร

4.เข้าใจธุรกิจ
     HR ยุคใหม่ต้องเข้าใจธุรกิจตัวเองอย่างลึกซึ้ง เข้าใจว่าธุรกิจขององค์กรคืออะไร รายได้หลัก
ขององค์กรมาจากไหน คู่แข่งขององค์กรคือใคร กลยุทธ์ขององค์กรและกลยุทธ์ของหน่วยงานคู่แข่ง
คืออะไร เพราะนัก HR ที่เก่ง ต้องสามารถ “แปลงโจทย์ขององค์กร” และ “แปลงโจทย์ของธุรกิจ”
เพื่อให้มาเป็น “โจทย์ของ HR” ได้

5.คิดเชิงกลยุทธ์
   HR ต้อง “ยกระดับความคิด” ของตัวเอง จากเดิมที่คิดในระดับแผนงาน คิดเฉพาะส่วนที่เกี่ยว
ข้องกับตัวเอง มาคิดแบบเชิงกลยุทธ์ คืือการมองให้เห็นภาพในอนาคต ต้องจับประเด็นต่างๆได้
ตีโจทย์แตก และพยายามหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อมาตอบโจทย์นั้น

6.ประสานงานได้ดี
     HR ที่ดีต้องเป็น “นักประสานงานสิบทิศ” คือต้องสามารถเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆเข้าด้วย
กันได้ ต้องสามารถพูดคุยกับคนได้ทุกระดับ ทุกหน่วยงาน ต้องเข้าใจถึงความต้องการและข้อจำกัด
ของหน่วยงานต่างๆ โดยยึดแนวทางการประสานงานแบบ Win Win ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร

7.สื่อสารเป็นเลิศ
     นัก HR ต้องมีความสามารถในการ “นำเสนอ” โดยสามารถสื่อสารเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่ายได้
และทำให้เขามองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ นัก HR ต้องเป็น “นักสร้างแรงบันดาลใจ”
โดยมีทักษะในการโน้มน้าวจิตใจให้คนอยากที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเขาเอง

8.กล้าคิด กล้าทำ
     นัก HR ต้องเป็นคน กล้าคิด กล้าทำ โดยทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อ STAKEHOLDER
ทั้งหมดขององค์กรแม้ว่าเรื่องที่คิด เรื่องที่ทำจะกระทบกับใครไปบ้างก็ต้องกล้าทำ และนอกจาก
เรื่องกล้าคิดกล้าทำ นัก HR ที่ดียังต้องสามารถผลักดันงานที่คิดที่ทำให้สำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้วย

9.มี EQ สูง
     คุณต้องไม่มีอีโก้สูงเกินไป  ต้องไม่อยาก“เอาชนะ”ทุกคนที่คุยด้วย นัก HR ที่ดีต้องเป็นคนที่
เข้าใจตนเอง และเข้าใจผู้อื่น และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างทุกๆคน

10.น่าเชื่อถือ
     นัก HR ที่ดี ต้องเป็นคนที่คนอื่นเชื่อมั่นและไว้วางใจ ต้องเป็นคนที่รักษาความลับได้ดี ยุติธรรม
โปร่งใส ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและไม่เลือกปฏิบัติ เป็นคนที่มีผลงานที่ดี รวมทั้งต้องรักษา
สัญญาที่ให้ไว้กับทุกคน เพื่อให้คนทุกคนวางใจและเชื่อถือในความเป็นมืออาชีพของ HR

11.ชอบการเปลี่ยนแปลง
    งานของ HR จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงโดยตลอด เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงองค์กรให้สอดคล้อง
กับสภาพแวดล้อม เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานให้สอดคล้องกับธุรกิจ ไปจนถึงเปลี่ยนแปลงเรื่อง
ที่เกี่ยวข้องกับคนให้สอดคล้องกับระบบต่างๆ นัก HR จึงต้องเป็นคนที่ชอบการเปลี่ยนแปลง เป็นคน
ที่ไม่ชอบยึดติดกับอะไรเดิมๆ ที่ทำอยู่ กล้าที่จะออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง
    รู้วิธีการบริหารการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำพาองค์กรและพนักงานทุกคน ให้เปลี่ยนถ่ายจากสิ่งเดิมๆ
ที่ทำอยู่ไปสู่สิ่งใหม่ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

12.ทันสมัย ก้าวทันโลก
     เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป คน HR ก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้วย นัก HR ที่ดี
ต้องก้าวไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ต้องสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว
และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงาน

ในปัจจุบันมีคนที่ทำงานด้าน HR เป็นจำนวนมาก แต่จะมีสักกี่คนที่เป็น "HR ชั้นยอด" ดังนั้นหากวันนี้อยากทำงานด้าน HR หรือปัจจุบันทำงานด้าน HR อยู่แล้ว มาลองสำรวจกันดูว่า เรามี "คุณสมบัติของการเป็ร HR ที่ดี" ครบถ้วนแล้วหรือยัง ถ้ายังก็ขอให้เร่งเสริมคุณสมบัติข้อนั้น เพื่อให้เราก้าวขึ้นสู่การเป็น "HR ROLE MODEL" HR ต้นแบบที่เกิดมาเพื่อจะเป็น "สุดยอด HR" ในใจของทุกคน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก People Magazine 




วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สมัครงานออนไลน์ยังไงให้ได้งาน ? 



กระชากสายตา HR ด้วย Resume 
          Resume เป็นสิ่งสำคัญที่จะบอกเรื่องราวของคุณได้ดีที่สุด ดังนั้น Resume จึงเป็นลูกกุญแจสำคัญด่านแรกในการดึงดูด HR ให้มาสนใจที่ตัวคุณ ตั้งแต่การศึกษา ประวัติการทำงาน แมักระทั้งความโดดเด่นและความสามารถในตัว คุณต้อง Present ออกมาอย่างเต็มที่และดีที่สุด

การสมัครงานคือการขาย
           ขายในที่นี้คือการขายความสามารถครับ มีเท่าไหร่ใส่ไปไม่ยั้ง จริงๆหัวข้อนี้ควรอยู่ในหัวข้อข้างต้น แต่เพื่อเน้นย้ำครับ หลายๆครั้งที่ผู้สมัครมองข้ามการกรอกความสามารถของตัวเองใน Resume เพียงเพราะคิดว่า HR ไม่สนใจ แต่กลับกันครับ นอกจากประวัติการทำงานและการศึกษา ความสามารถพิเศษ และงานอดิเรกก็คือหัวข้อถัดมาที่ HR จะพิจารณา 
          ดังนั้นอย่างที่บอกครับ เก่งอะไร ทำอะไรได้ หรือชอบอะไรเป็นพิเศษใส่ไปด้วยก็จะดีอย่างน้อยนอกจาก HR จะประเมิณประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว ทักษะในการใช้ชีวิต ร่วมกับคนในองค์กรก็เป็นอีกหัวข้อที่ HR จะประเมิณเราในภาพรวมอีกด้วย

หว่าน Resume ไปหลายๆบ้าน
            เราอยู่ในยุค WWW. ครับ ข้อมูลทุกอย่างถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว เราสามารถสมัครงาน หรือแม้แต่การสัมภาษณ์งานผ่าน VDO Call กับทาง HR ได้แล้ว สำคัญที่สุดคือเราควรเปิดโอกาสตัวเองให้มากที่สุดโดยการ Upload ไฟล์ Resume ของเราไปยังเว็ปไซต์หางาน 
          เพราะปัจจุบันมีหลายเว็ปไซต์ท่ีเป็นสื่อกลางระหว่างผู้สมัครงาน กับองค์กรต่างๆเยอะมากดังนั้นเราควรกระจาย Resume ของเราให้มากที่สุด เพื่อโอกาสในการสมัครงานที่ง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

Resume Eng.
          อย่างที่เห็นว่าปัจจุบันไม่ว่าจะช่องทางไหน ก็จะมีภาษาอังกฤษเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เสมอ การเขียนใบสมัครงานหรือ Resume ของเราเป็นภาษาอังกฤษกลับกลายเป็นความจำเป็นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และเป็นตัวช่วยให้ HR ในการประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เพิ่มความถี่ในการเช็ค E-Mail บ่อยขึ้น
          มือซ้ายจับเมาส์ มือขวากำโทรศัพท์ไว้ให้ดี เราไม่รู้หรอกว่าบริษัทไหนจะเรียกเราเข้าสัมภาษณ์วันไหน เมื่อไหร่ แต่ทุกครั้งที่ HR สอบถามหรือนัดเราไปสัมภาษณ์งาน นั่นคือเขาสนใจในตัวคุณขึ้นมาแล้วหล่ะ ดังนั้นเราจะไม่พลาดทุกการติดต่อครับ ยิ่งตอบเมลล์ไวแค่ไหนยิ่งแสดงว่าเรามีความใส่ใจมากแค่นั้น ดังนั้นอย่าพลาดทุกการติดต่อ

ปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม
           นัดสัมภาษณ์แล้ว พอใกล้วันจริงกลับไปไม่ได้ทำยังไงดี ? ไม่ต้องทำอะไรเลยครับบอกเขาไปตามตรงเลย ว่าเราไม่สามารถไปได้แล้วเนื่องจากอะไร...(เหตุผล) ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะโกธร จะว่าครับ เพราะถ้าเราไม่แจ้งอาจถูก Black list ที่สำคัญ HR บางบริษัท Share Black list กันได้




...ทิตาราม มองหางาน...มองหาเรา...


วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

ติ๊ดติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดติ๊ด เสียงนาฬิกาข้อมือเตือนให้ผมรู้ว่าเวลางาน 8 ชั่วโมงของผมหมดลงแล้ว 
แต่ผมกลับไม่ได้สนใจมันซักเท่าไหร่ แต่กลับสนใจสิ่งที่ "พี่มัท" พี่สาวแผนกบ้านใกล้เรือนเคียง กำลังเล่าชีวิตของนางกับการทำงาน 13 ปี!!!!!ที่นี่อย่างสนุกสนาน
ฮ่าๆ ดูยิ่งใหญ่ไหม...แต่สำหรับเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างผม ที่โหยหาความก้าวหน้า โหยหาความสำเร็จ สิ่งที่พี่มัทพูดเหมือนเป็นเหมือน Bonus time ในคุ๊กกี้รันที่เราต้องรีบดูดมันเข้ามาให้ได้มากที่สุด ยิ่งฟังมาก ยิ่งอ่านมาก เราก็ยิ่งได้ค่าประสบการณ์ชีวิต
"ถามว่าผลตอบแทนเรื่องตัวเงินมันสำคัญไหม สำหรับการทำงาน ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเงินคือความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งแวดล้อมที่ทำงาน ไม่มีใครอยากมาทำงานแล้วมาเจอกับสภาพแวดล้อมที่แย่ มีแต่การแข่งขัน แบ่งชนชั้นกันตลอดเวลา
วันนี้ถ้านับจริงๆพี่ก็อยู่ที่นี่มา 13 ปี แต่ความสุขความสบายใจที่มีมันไม่ได้ลดลง และมันกลับเพิ่มขึ้นตามอายุงาน มันคือสิ่งที่ดึงดูดให้พี่ทำงานที่นี่ ส่วนในเรื่องของความก้าวหน้า ถ้าเรารักและมีความสุขกับการทำงาน ผลงานก็จะออกมาดีถูกไหม นั่นแหละความก้าวหน้ามันก็ไม่ได้หนีไปไหนไกลหรอก"
พี่มัทพูดไปพร้อมกับสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความหวัง มันทำให้ผมย้อนกลับมาถามตัวเองว่าทุกวันนี้เรานั่งอยู่ท่ามกลางความรู้สึกแบบไหน เราสร้างประโยชน์อะไรให้กับองค์กรบ้าง และเราได้อะไรบ้างจากการทำงานที่นี่ คำตอบที่ผมได้มันก็จริงอย่างที่พี่มัทบอก พอเรามีความสุข เราก็อยากมาทำงาน ทุกวันนี้มาทำงานก็เลยไม่เหมือนมาทำงาน เหมือนเราได้มาทำในสิ่งที่เราอยากทำ พร้อมกับแชร์ความคิดเห็นกับเพื่อนร่วมงานกันมากกว่า  

ดังนั้นมันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเสียเวลากับที่ไหน กับใคร นานเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่าคุณเสียมันไปแล้วคุณได้อะไรกลับมา...

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เทคนิคควบคุมเงินในกระเป๋าอย่างง่าย ๆ

แยกรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วดูว่ามีเงินคงเหลือเท่าไหร่
          สาเหตุที่ต้องคำนวนเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นออกไปก่อนหลังรับเงินเดือนมา นั่นก็เพราะว่าคุณจะได้ทราบตัวเลขที่แน่นอนว่ามีเงินคงเหลืออีกจำนวนเท่าไหร่ เพื่อจะได้นำไปจัดสรรปันส่วนระหว่างเงินที่ต้องเก็บ และเงินที่สามารถใช้ได้อีกครั้งหนึ่ง

พิจารณาดูว่าควรออมเงินแบบไหน
          คุณควรหันมาสังเกตการใช้เงินในแต่ละเดือนดูบ้าง ว่ามีการใช้จ่ายมากขนาดไหน และในอนาคตมีแผนนำเงินไปลงทุนอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้เลือกฝากเงินกับทางธนาคารตามประเภทบัญชีที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น ผู้ที่มีความคิดจะเก็บเงินซื้อบ้าน อาจต้องเลือกฝากเงินแบบฝากประจำ ทั้งนี้ก็เพื่อบังคับตัวเองให้นำเงินไปฝากตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้



แบ่งเงินใช้จ่ายตามความเหมาะสม
          เมื่อไหร่ที่ได้รับเงินเดือนมาแล้ว ขอให้คุณแบ่งเงินเอาไว้เลยสำหรับเงินเก็บส่วนหนึ่ง และเงินสำหรับใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น เพื่อให้คุณรู้สัดส่วนจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้จริง โดยไม่ต้องไปแตะต้องกับเงินส่วนที่ออมไว้

ทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย
          แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ดูจุกจิกและอาจทำให้หลาย ๆ คน เบื่อกับการต้องมานั่งจดบันทึกว่ามีรายรับ - รายจ่ายมากน้อยขนาดไหน แต่ปัจจุบันการทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่ที่ใช้สมาร์ทโฟนต่างก็ดาวโหลดแอพพลิเคชั่นบัญชีรายรับ - รายจ่ายมาใช้งาน ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายแอพ ทำให้สะดวก และประหยัดเวลามากขึ้นด้วย การทำบัญชีทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนว่า ในแต่ละวันคุณหมดเงินไปกับอะไรบ้าง หากพบว่าเงินที่ใช้ดันหมดไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็น คราวหน้าจะได้ไม่ซื้ออีกไงล่ะ




         


ขอบคุณภาพจาก BE Magazine
ขอบคุณเนื้อหาจาก kapook.com

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

     มาทักทายกันอีกแล้วจ้าา วันนี้เอาสาระดีๆมาบอกกันเช่นเคย ช่วงนี้เห็นหลายๆคนกำลังศึกษาจบ และกำลังหางานทำ แน่นอนค่ะว่าขั้นตอนการสมัครงาน หลังจากที่ HR พิจารณา Resume ของเราแล้วสนใจ ก็ต้องเรียกเราเข้าสัมภาษณ์งาน      ที่นี้ขั้นตอนการสัมภาษณ์หลายคนอาจตื่นเต้นเพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะโดนถามอะไรบ้าง หรือบางคำถามก็ไม่รู้ว่าตอบอย่างไรถึงจะเหมาะสม บางครั้งอาจจะพูดตะกุกตะกักไม่เป็นตัวเอง วันนี้เราเลยเอาข้อมูลดีๆมาฝากเพื่อนๆ เราว่าใช้ได้ผลเลยทีเดียว เอาไว้เตรียมความพร้อม และจะได้เตรียมคำตอบเด็ดๆ มัดใจ HR จะได้เข้าทำงานในองค์กรที่คุณใฝ่ฝันได้สำเร็จนะจ๊ะ 



 คำถามที่เรามักโดนถาม เวลาเข้าไปสัมภาษณ์งาน

การรู้แนวคำถามและการหาความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาและการดำเนินงานของบริษัท จะทำให้เพื่อนๆเตรียมตัวเข้ารับการสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจว่าเรามีความพร้อม
คำถามเหล่านั้น ได้แก่
1.ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คุณยังศึกษาอยู่หรือตอนที่คุณทำงานในบริษัทก่อนหน้านี้คืออะไร
2.ช่วยแนะนำตัวเองสักหน่อย
3.บอกข้อดีและข้อเสียของตัวเองให้ฟังหน่อย
4.คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม
5.ถ้าได้ทำงานในบริษัทนี้ คุณคิดว่าตัวเองจะทำอะไรได้ดี
6.คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทเราบ้าง
7.คุณจะทำอะไรให้บริษัทเราได้บ้าง
8.ทำไมบริษัทเราจะต้องรับคุณเข้าทำงาน
9.ช่วยอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับ การตลาด กลยุทธ์ การวางแผน ฯลฯ
10.คนที่คุณถือเป็นแบบอย่างในชีวิตคือใคร
11.คุณเติบโตมาอย่างไร
12.ความสัมพันธ์ในครอบครัวของคุณเป็นอย่างไร
13.ก่อนไปเรียนต่อคุณทำงานอะไร และทำไมจึงตัดสินใจไปเรียนต่อ
14.ถ้ามีลูกน้องที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับองค์กรได้ คุณจะทำอย่างไร
15.ทำไมคุณจึงต้องการทำงานที่บริษัทนี้
16.คุณมีความฝันที่อยากจะทำให้สำเร็จหรือไม่
17.คุณมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทและงานที่คุณอาจจะได้ทำหรือไม่
18.คุณต้องการรายได้เท่าไร
19.คุณเคยผ่านงานมาแล้ว ทำไมคุณจึงลาออกจากที่ทำงานแห่งที่สอง
20.ถ้าให้คะแนนตัวเอง คะแนนเต็ม 20 คุณจะให้กี่คะแนน


สิ่งที่ควรและไม่ควรทำเมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์

ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ จะทำให้เพื่อนๆไม่เสียคะแนน แถมยังได้คะแนนอีกต่างหาก จึงต้องคิดและทำในสิ่งที่ควรทำไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำดังนี้ 

สิ่งที่ควรทำ
1.จงซื่อสัตย์
2.จงคิดบวก
3.จงตอบข้อดีอย่างมีเหตุผล
4.จงแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถสร้างผลงานอะไรได้
5.จงมั่นใจ
6.จงเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทางที่ดี
7.จงเตรียมตัวให้พร้อมที่จะแสดงความสามารถพิเศษและข้อดี
8.จงเตรียมภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานและเรียนรู้เกี่ยวกับบริษัท
9.จงเตรียมชุดแต่งกายที่เรียบร้อย
10.จงใจเย็นและยิ้มอย่างสบายใจ


สิ่งที่ไม่ควรทำ

1.อย่าโกหก
2.อย่าคิดลบแล้วตอบ
3.อย่าบอกข้อเสียออกไปตามตรง (จงบอกแผนการปรับปรุงตนเองบทเรียนที่ตนได้รับจากข้อเสีย)
4.อย่าพูดว่าความล้มเหลวในอดีต จบไปแล้ว
5.อย่าประหม่าและตื่นเต้น
6.ถ้ากำลังรู้สึกแย่ อย่ากังวลเกิน
7.อย่าบอกว่าไม่มีความสามารถของตนออกมา ความสามารถพิเศษหรือข้อดี จงคิดไว้ล่วงหน้า
8.อย่าบอกว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ จงเตรียมภาษาอังกฤษแบบง่าย ท่องจำให้ขึ้นใจ
9.อย่าใส่เสื้อผ้าที่ยับยู่ยึ่ หรือสบายจนเกินไป (ผู้สัมภาษณ์อยากเห็นการแต่งกายที่เรียบร้อย)
10.แม้จะตื่นเต้น แต่อย่าแสดงออก ถ้าแสดงความตื่นเต้นออกมาหน้าตาจะทำให้เสน่ห์ลดลง

ทั้งหมดนี้เป็นข้อแนะนำในการปฏิบัติตน เมื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ แล้วคุณก็จะได้งานทำสมความปรารถนา ขอให้โชคดี



ขอขอบคุณwww.ejobeasy.com และ http://men.sanook.com/ ผู้สนับสนุนเนื้อหา

วันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2557

ว่าด้วยทฤษฎี 6P ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน 

วันนี้ไปเจอบทความดีๆ ที่อาจเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานของคุณ และทำให้คุณเรียนรู้การปฏิบัติตนเพื่อความสำเร็จในการทำงานรวมไปถึงความสำเร็จในชีวิต 

กล่าวกันว่าคนเราสามารถจะประสบความสำเร็จได้ เพียงเรามีความเข้าใจใน 3 ส่วนต่อไปนี้
1.เข้าใจตน เข้าใจตนอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่การแรกเริ่มตัดสินใจเลือกงาน ว่างานใดเหมาะกับตน
2.เข้าใจคน หมายถึง ผู้ร่วมงานของเราในทุกระดับ เราเข้าใจในความเป็นไปของแต่ละบุคคล เราจะไม่ถือสา หากถูกนายด่าว่าเพราะเราอาจไม่ดีพอ เราต้องปรับปรุง
3.เข้าใจงาน รู้ว่าต้องทำสิ่งใด ลำดับก่อนหลัง มีความสามารถในการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ประสบความสำเร็จอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ 
และเทคนิคในการทำงาน 6 P ที่เก็บมาฝากนี้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเสริมให้เกิดความสำเร็จในงาน
       6P นี้หลายท่านอาจพอผ่านๆตากันมาบ้างแล้ว บางองค์กรยึดหลัก 6P เป็นหลักในการทำงาน หรือนำไปอบรมพนักงานในองค์กันเลยทีเดียว ยังไงแล้วอยากให้ทุกท่านได้ลองนำมาปรับใช้จริงในชีวิตการทำงานกันดู แอดมินรับรองว่าคำว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกล และความสุขจะอยู่ในทุกอนูของการทำงานของคุณ